แทงบาคาร่าออนไลน์,คาสิโนสดบาคาร่า,เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

NIA จับมือ สภาอุตสาหกรรมฯ ลุยต่อ...เร่งพัฒนาศักยภาพสตาร์ทอัพขยายตลาดสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย

ศุกร์ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ๐๘:๔๔
โอกาสมาแล้ว ! เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพที่มีผลิตภัณฑ์และบริการพร้อมต่อยอดขยายตลาดกับภาคอุตสาหกรรมไทย
NIA จับมือ สภาอุตสาหกรรมฯ ลุยต่อ.เร่งพัฒนาศักยภาพสตาร์ทอัพขยายตลาดสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ FTI ดำเนินโครงการส่งเสริมและเชื่อมโยงสตาร์ทอัพสู่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมไทย หรือ FTI Startup Connext ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการร่วมส่งเสริมและต่อยอดความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้สตาร์ทอัพสามารถขยายธุรกิจและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในรูปแบบการขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นหน่วยงานธุรกิจ บริษัทอุตสาหกรรม หรือองค์กรต่างๆ จะทำให้เกิดการสร้างตลาดได้แล้ว อีกทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสตาร์ทอัพที่เป็นธุรกิจรายใหม่ได้ดีอีกด้วย

นายปริวรรต  วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า "NIA โดยศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนการส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพ และพัฒนาให้เป็นนักรบเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ โดยการเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วนในระบบนิเวศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพที่สำคัญในภูมิภาค โดยมีการพัฒนาให้เกิดสตาร์ทอัพรายใหม่ และส่งเสริมให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม ซึ่งปัญหาที่สำคัญสตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าหรือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในลักษณะ Business to Customer (B2C) เป็นหลัก ซึ่งการขยายธุรกิจที่มีคู่แข่งกันที่เป็นเจ้าตลาดเดิม บวกกับการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้การขยายผู้ใช้งานและรูปแบบในการสร้างรายได้จึงเติบโตได้ช้า ดังนั้น สตาร์ทอัพจึงจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจของตนเอง ทางเลือกนึงของการสร้างความแตกต่าง คือการพัฒนาเทคโนโลยีหรือ โซลูชั่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าแบบ Business to Business (B2B) ซึ่งยังมีช่องว่างสามารถเข้ามาเติบโตได้อีกมาก ที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้เคยมีประสบการณ์โดยตรง และมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นๆ มาร่วมทำงานเพื่อให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าใจกระบวนการต่างๆ และสามารถแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้อย่างตรงจุด และตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น NIA จึงได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ริเริ่ม "โครงการส่งเสริมและเชื่อมโยงวิสาหกิจเริ่มต้นสู่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมไทย" หรือ FTI Startup Connext โดยมุ่งเน้นเพื่อสร้างการเชื่อมโยงให้เกิดระบบนิเวศทางการประกอบการที่ขับเคลื่อนบนฐานนวัตกรรมระหว่างสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเกิดเป็นกลไกส่งเสริมสตาร์ทอัพร่วมกับกลุ่มสมาคมธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมอีกด้วย

ดร.นฤกมล ภู่ขาว ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) กล่าวเพิ่มเติมว่า "เรามีสมาชิกเป็นผู้ผลิตใน 45 กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มรองเท้า กลุ่มยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กลุ่มเซรามิก กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และในส่วนภูมิภาค มีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขึ้น ทั้งสิ้น 76 จังหวัด ซึ่งมีความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการยกระดับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์มองปัญหาคือสิ่งที่ท้าทาย หาแนวทางใหม่ๆ มาตอบโจทย์ด้วยเทคโนโลยีอย่างสตาร์ทอัพ ดังนั้นความร่วมมือกับ NIA ในโครงการนี้ จึงเป็นการเติมเต็มและเชื่อมประสานการทำงานได้อย่างลงตัว เพื่อให้สตาร์ทอัพที่มีผลิตภัณฑ์ บริการ หรือรูปแบบธุรกิจที่สามารถช่วยแก้ปัญหาหรือเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ได้มีโอกาสเข้าร่วมนำเสนอผลงานให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงความร่วมมือสู่การขยายธุรกิจในรูปแบบระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ โดยในปี 2564 ได้เริ่มดำเนินในปีแรก มีสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 22 ราย ในช่วงระยะเวลา 5 เดือนในการดำเนิงาน ได้รับความสนใจเกิดการนัดหมายในการเจรจาธุรกิจและได้รับลูกค้าจากภาคอุตสาหกรรม 9 ราย สร้างยอดขายได้มากกว่า 3 ล้านบาท รวมทั้งยังมีการดำเนินงานต่อเนื่องหลังจากจบโครงการที่มีความร่วมมือกันต่อเนื่อง ทำให้สตาร์ทอัพสามารถสร้างกลุ่มลูกค้าที่เป็นภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่จะสร้างให้เกิดการขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับโจทย์ปัญหาใหม่เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้จากสตาร์ทอัพที่ได้ทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ ที่ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจจนเติบโต รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแบบ 1-1 ที่จะปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ สิ่งสำคัญยิ่งคือ โอกาสที่จะสร้างพันธมิตรจับมือกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ที่จะทำให้เกิดการสร้างรายได้หรือต่อยอดพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ จนมีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย

"FTI Startup Connext 2022 เป็นโครงการที่จะเชื่อมโยงให้เกิดระบบนิเวศทางการประกอบการที่ขับเคลื่อนบนฐานนวัตกรรมระหว่างสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรม เพื่อพัฒนาธุรกิจและการเติบโต เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ส่งผลให้เกิดการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน" คุณปริวรรต กล่าวสรุป

FTI Startup Connext เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฏาคม 2565 ได้ที่  http://url.fti.or.th/l/apgRsb8oj

 

ที่มา: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด